ผลงานที่ดีเกินคาด

            ในการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ ได้ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นฤดูกาลที่มีการขับเคี่ยวกันสูงที่สุดอีกฤดูกาลหนึ่ง โดยเฉพาะทีมในกลุ่มหัวตาราง หรือในกลุ่มท็อป 6 นั่นเอง เนื่องจาแต่ละทีมต่างก็เสริมทัพ และเพิ่มศักยภาพให้กับทีมของตัวเองอย่างเต็มที่ อย่างอาร์เซน่อลก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงกุนซือจากอาร์เซน เวนเกอร์ ที่คุมทีม “ปืนใหญ่” มาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี มาเป็นอูไน อเมรี่ กุนซือหนุ่มไฟแรงชาวสเปน รวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงนักเตะอีกพอสมควรด้วย เช่นเดียวกับเชลซีที่ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงกุนซือเช่นกัน จากอันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือจอมโหดที่เคยพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อ 2 ฤดูกาลก่อนมาเป็นเมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนจากนาโปลี และลิเวอร์พูลที่ทุ่มงบซื้อตัวนักเตะในช่วงปิดฤดูกาลไปกว่า 170 ล้านปอนด์ ซึ่งทำให้กลายเป็นทีมลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้ทันที ส่วน 2 ทีมดังจากแมนเชสเตอร์ ทั้งซิตี้ และยูไนเต็ด ที่เป็นแชมป์ และรองแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้วนั้นถูกมองว่าแข็งแกร่งอยู่แล้ว

แต่ในทางกลับกันที่ทุกทีมเพิ่มศักยภาพให้กับทีมตัวเองโดยการซื้อนักเตะดาวดังเข้ามา แต่ทีม “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ที่ได้ถึงอันดับที่ 3 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่กลับไม่มีการซื้อ หรือว่ายืมตัวนักเตะเข้ามาเสริมทีมเลยในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่พวกเขานำเงินไปเป็นทุนสร้างสนามแห่งใหม่เสียหมดนั่นเอง ทำให้เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ต้องใช้ผู้เล่นตัวหลักจากเมื่อฤดูกาลที่แล้วต่อในปีนี้ ทำให้พวกเขาถูกมองว่าจะกลายเป็นทีมที่หลุดจากตำแหน่งท็อปโฟร์ หรือหลุดจากพื้นที่ที่จะได้ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน

แต่ทว่าผลงานของลูกทีมเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ในฤดูกาลนี้ กลับยังทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา โดยถึงแม้ว่าพวกเขาจะแพ้ไปแล้วถึง 4 นัด แต่นอกนั้นพวกเขาสามารถเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด 12 นัด ทำให้คะแนนของพวกเขาเป็นอันดับ 3 ของตารางพรีเมียร์ลีก ถึงแม้ว่าจะมีคะแนนเป็นรองจ่าฝูงอยู่หลายคะแนนก็ตาม แต่เป้าหมายในฤดูกาลนี้ของทีมน่าจะเป็นการทำอันดับไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกให้ได้อีกครั้งมากกว่า ถึงแม้ว่าทีมจะไม่ได้แชมป์ลีกสูงสุดมาอย่างยาวนานก็ตาม แต่การที่ไม่ได้เสริมทัพนักเตะเข้าสู่ทีม แล้วทำผลงานได้ดีขนาดนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สุดยอดแล้วในฤดูกาลนี้

Categories: สเปอร์ส