รังเหย้าใหม่ “ไก่เดือยทอง”

     วิสัยทัศน์ของบอร์ดบริหารของสโมสรฟุตบอล ถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้ทีมฟุตบอลประสบความสำเร็จ อย่างเช่นยูเวนตุส หรือบาเยิร์น มิวนิค ที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจนทำให้สโมสรประสบความสำเร็จจนเป็นเต้ยของประเทศในด้านฟุตบอลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีม “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ กำลังจะเจริญรอยตามอยู่ จากการบริหารงานโดยดาเนี่ยล เลวี่ เศรษฐีหน้าเลือดที่เป็นประธานสโมสรของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์มาอย่างยาวนาน

รายได้ที่สำคัญๆ ของสโมสรที่เป็นกอบเป็นกำมีไม่กี่อย่าง คือรายได้จากสปอนเซอร์ รายได้จากการซื้อขายนักเตะ และรายได้จากค่าตัวเข้าชมการแข่งขันนัดเหย้าของสโมสร ซึ่งรายได้แต่ละสโมสรจะไม่เท่ากัน ซึ่งจะมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับความจุของสนามของตัวเองด้วย ซึ่งทางยูเวนตุส และบาเยิร์น มิวนิค ได้ทำให้เห็นมาแล้วในเรื่องนี้ เพราะทั้ง 2 สโมสรข้างต้นนี้ได้ทำการสร้างสนามใหม่ และมีรายได้เข้ามากขึ้น ทำให้ทีมมีความมั่นคงมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งสเปอร์ก็กำลังเจริญรอยตามในส่วนนี้ด้วย ซึ่งจากแต่ก่อนสเปอร์มีรังเหย้าคือไวท์ ฮาร์ท เลน ที่มีความจุแค่เพียง 36,000 คนโดยประมาณเท่านั้น ทำให้บอร์ดบริหารตัดสินใจทุบทิ้ง และริเร่มโครงการสร้างสนามใหม่เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว และเมื่อฤดูกาลที่แล้วทีมจึงต้องไปเช่าสนามเวมบลี่ย์จากสมาคมฟุตบอลอังกฤษเป็นรังเหย้าชั่วคราว และด้วยความไม่คุ้นชินของสนาม ทำให้ผลงานของทีมในนัดเหย้าไม่ค่อยดีนักด้วย เพราะหากวัดจากเกมเหย้าอย่างเดียว พวกเขาจะเป็นอันดับ 5 ของพรีเมียร์ลีก

รังเหย้าใหม่ของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ยังไม่ได้มีการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าอาจจะขายสิทธิ์ในชื่อสนามให้กับสปอนเซอร์ก็เป็นได้ เหมือนดั่งในสนามกีฬาต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะได้เงินก้อนโตเข้ามาสู่ทีมด้วย รวมถึงสิทธิ์ในการจัดการแข่งขันศึกอเมริกันฟุตบอล NFL ที่จะมาจัดการแข่งขันที่รังเหย้าใหม่ของทีม 2 นัดต่อฤดูกาล ซึ่งจะทำให้เงินเข้าสโมสรอีกปีละ 10 ล้านปอนด์เลยทีเดียว โดยสนามใหม่ของทีมจะมีความจุสูงถึง 62,000 คนเลยทีเดียว ซึ่งจะมากกว่าความจุเดิมของไวท์ ฮาร์ท เลน รังเหย้าเก่าของทีมเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว ทำให้รายได้ที่จะเข้าสู่คลับไก่นั้นมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน รวมถึงผลงานของทีมที่กำลังดีวันดีคืน ทำให้เงินรางวัลจากการแข่งขันต่างๆ รวมถึงการต่อรองค่าตอบแทนจากบรรดาสปอนเซอร์ที่จะเข้ามาเจรจากับสโมสรอีกด้วย เรียกได้ว่าเงินที่เสียจากการสร้างสนามใหม่ราว 850 ล้านปอนด์ อาจจะได้กลับมาภายในไม่กี่ปีด้วยซ้ำ