สัญญาสุดท้าย

     ถึงแม้จะยังไม่มีนักเตะใหม่เข้ามาสู่ทีม แต่ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ทีมอันดับ 4 ของตารางพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วก็ยังไม่เสียผู้เล่นตัวหลักออกจากทีมไป ซึ่งความเคลื่อนไหวล่าสุดคือพวกเขาได้ตัดสินใจต่อสัญญากับซอน ฮองมิน กองหน้าทีมชาติเกาหลีใต้วัย 26 ปีออกไปอีกถึง 5 ปีเลยทีเดียว ซึ่งทำให้เขามีสัญญากับทีม “ไก่เดือยทอง” ไปจนถึงกลางปี 2023 เลยทีเดียว ซึ่งมันอาจจะเป็นสัญญาสุดท้ายก็ได้ที่เขาจะได้รับในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ถึงแม้ว่าเขาจะพึ่งอายุเพียง 26 ปีเท่านั้น แต่เนื่องด้วยกฏหมายของประเทศเกาหลีใต้ของเขา ที่ประชาชนที่เป็นผู้ชายทุกคนจะต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารก่อนอายุครบ 30 ปี ซึ่งมันจะต้องเกิดขึ้นก่อนสัญญาที่เซ็นต์ไปสดๆ ร้อนๆ ของเขากับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์จะหมดลง เนื่องจากเหลือเวลาอีกไม่ถึง 4 ปีแล้วที่เขาจะต้องเข้ากรมที่ประเทศบ้านเกิด เว้นเสียแต่เขาได้รับการยกเว้นในกรณีพิเศษ อย่างที่ฮีโร่นักฟุตบอลรุ่นพี่ในทีมชาติเกาหลีใต้เคยได้รับกันมาแล้ว อย่างทีมชุดฟุตบอลโลก 2002 ที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพ พวกเขาก็ได้รับการยกเว้นทั้งชุด หลังจากพาทีมชาติจบอันดับที่ 4 ในฟุตบอลโลกครั้งนั้น หรืออย่างทีมฟุตบอลในกีฬาโอลิมปิกที่อังกฤษเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 2012 ที่สามารถคว้าเหรียญทองแดงได้สำเร็จ ก็ได้รับการยกเว้นเช่นเดียวกัน ซึ่งตอนแรกซอน ฮองมินหวังที่จะพาทีมชาติเกาหลีใต้ผ่านเข้ารอบลึกๆ ในศึกฟุตบอลโลกเมื่อกลางปีที่ผ่านมา เพื่อที่หวังจะได้รับพิจารณาในการยกเว้นในการรับใช้ชาติ แต่ก็ต้องผิดหวังด้วยการตกรอบแรกไปเสียก่อน ถึงแม้ว่าจะเอาชนะทีมชาติเยอรมันที่เป็นแชมป์โลกครั้งก่อนได้ในนัดสุดท้ายก็ตาม

ความหวังสุดท้ายของซอน ฮองมิน ที่จะได้เล่นฟุตบอลอาชีพต่อไปแบบไม่มีสะดุดกลับไปรับใช้ชาติก็คือต้องพาทีมชาติเกาหลีใต้คว้าแชมป์ฟุตบอลเอเชี่ยน คัพ ศึกฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชียที่จะจัดขึ้นที่ประเทศสหรัฐ อาหรับ เอมิเรตในปีหน้าให้ได้เท่านั้น เพื่อสร้างเกียรติประวัติให้กับประเทศชาติ เพื่อที่จะได้รับพิจารณายกเว้นการเข้ารับการเกณฑ์ทหาร มิเช่นนั้นสัญญาใหม่ที่เขาได้เซ็นต์กับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ กองหน้าวัย 26 ปีคงจะอยู่กับทีม “ไก่เดือยทอง” ไม่ครบสัญญาอย่างแน่นอน ซึ่งก็ถือว่ามีความเป็นไปได้พอสมควร เนื่องจากคู่แข่งของเกาหลีใต้ก็มีเพียงทีมชาติออสเตรเลีย และเต็ง 1 อย่างทีมชาติญี่ปุ่นเท่านั้น แต่เกาหลีใต้ไม่เคยได้แชมป์รายการนี้มาตั้งแต่ปี 1960 แล้ว แต่เมื่อปี 2015 พวกเขาเกือบทำสำเร็จ แต่สุดท้ายก็ได้เพียงรองแชมป์เท่านั้น เนื่องจากพ่ายให้กับทีมชาติออสเตรเลียในรอบชิงชนะเลิศเสียก่อน