Author: admin

‘โปเช็ตติโน่’ ที่ต้องยกย่อง

     บทความฟุตบอลที่น่าสนใจจาก live22sure.com ทีมท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ในยุคการคุมทีมของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ ที่ทำให้ทีม “ไก่เดือยทอง” กลายเป็นทีมชั้นนำของลีกอย่างเต็มตัว ซึ่งจากตอนแรกที่ในศึกพรีเมียร์ลีกมีกลุ่มที่ถูกเรียกว่ากลุ่มท็อปโฟร์ ที่มี 4 ทีมยักษ์ใหญ่ของลีกอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลิเวอร์พูล เชลซี และอาร์เซน่อลในช่วงต้นศตวรรษที่ 2000 แต่หลังจากปี 2010 เป็นต้นมา ก็ได้มีทีมที่ก้าวขึ้นมาเป็นทีมยักษ์ใหญ่เพิ่ม ซึ่งก็คือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ได้กลุ่มทุนมหาเศรษฐีจากอาหรับเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสร และลงทุนเม็ดเงินมหาศาลในการจ้างกุนซือชื่อดัง รวมถึงซื้อนักเตะดาวดังเข้ามาร่วมทีม แต่ในส่วนของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์สนั้นแทบไม่ได้ใช้เงินลงทุนมหาศาลแต่อย่างใด แต่พวกเขาใช้เงินที่ได้จากการขายแกเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ที่ขายไปให้กับเรอัล มาดริด ทำให้สโมสรได้เงินมาก้อนโต ซึ่งท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์สก็ได้นำเงินไปซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมหลายรายในตอนนั้น รวมถึงการไปดึงตัวเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่จากเซาต์แธมตันเข้ามาคุมทีมในถิ่นไวท์ ฮาร์ต เลนด้วย ซึ่งทำให้พวกเขาก้าวขึ้นมาเป็น 1 ในกลุ่มท็อป 6 ได้สำเร็จในตอนนี้ ซึ่งในช่วงหลังพวกเขาได้โควต้าไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอยู่เสมอด้วย ซึ่งถือว่าเป็นความยอดเยี่ยมที่ต้องให้เครดิตกับบอร์ดบริหารของทีมที่นำโดยดาเนี่ยล เลวี่ ประธานสโมสรคนเก่ง ที่บริหารการเงินของทีมได้อย่างชาญฉลาด จนทำให้พวกเขาสามารถสร้างสนามแห่งใหม่ได้สำเร็จ ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้เปิดใช้งานเลยก็ตาม

เมื่อฤดูกาลที่แล้วที่เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ใกล้จะหมดสัญญาคุมทีมกับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ทำให้ทีม “ไก่เดือยทอง” ต้องรีบต่อสัญญายาวไปถึง 5 ปี เนื่องจากช่วงนั้นมีข่าวว่าเรอัล มาดริด ยอดทีมจากสเปนสนใจที่จะดึงตัวกุนซือวัย 46 ปีไปคุมทีมในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว รวมถึงในฤดูกาลนี้ก็กลับมามีข่าวว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังของเกาะอังกฤษ ก็อยากจะดึงตัวอดีตนักเตะของปารีส แซงต์ แชร์กแมง และเอสปันญ่อลรายนี้ไปคุมทีมแทนโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีสที่ทำทีม “ปีศาจแดง” มีผลงานที่ย่ำแย่ในฤดูกาลนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้บอร์ดบริหารของทีมหนักใจทีเดียว เพราะเกรงว่าอาจจะเสียกุนซือคนเก่งคนนี้ไปในอนาคตก็ได้ ซึ่งจะถือว่าเป็นความเสียหายที่มหาศาลเลยทีเดียว หากว่าพวกเขาเสียกุนซือผู้ทำให้ทีมกลายเป็นทีมชั้นนำของลีกคนนี้ไปให้กับทีมอื่น

Categories: สเปอร์ส

รังเหย้าที่ยังค้างคา

 

ทีม “ไก่เดือยทอง” ได้ลงทุนไปอย่างมหาศาลกว่า 850 ล้านปอนด์ในการสร้างสนามแห่งใหม่ขึ้นมาแทนที่สนามเก่าอย่างไวท์ ฮาร์ท เลนที่ทุบทิ้งไป โดยในตอนแรกพวกเขาตั้งงบประมาณไว้เพียงแค่ 400 ล้านปอนด์เท่านั้น แต่สุดท้ายแล้วงบประมาณกลับบานปลายไปถึงเกือบ 1,000 ล้านปอนด์เลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นการวางแผนงาน และงบประมาณที่ผิดพลาดเป็นอย่างมาก ซึ่งมันส่งผลกระทบกับการทำทีมของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ของทีมด้วย เพราะพวกเขาถูกจำกัดงบประมาณในการซื้อนักเตะอย่างสุดขีด โดยเฉพาะในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งพวกเขาไม่ได้มีการเสริมทัพนักเตะเข้าสู่ทีมแม้แต่รายเดียว ซึ่งกลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีกด้วย ที่ไม่ได้มีการซื้อนักเตะเข้ามาสู่ทีมในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะหน้าร้อน ทำให้กุนซือคนเก่งวัย 46 ปีต้องใช้นักเตะชุดเดิมจากเมื่อฤดูกาลที่แล้วต่อไปในฤดูกาลนี้

โดยสนามแห่งใหม่ที่พวกเขาสร้างจะจุคนดูได้ประมาณ 62,000 คน ซึ่งในตอนแรกพวกเขาวางแผนจะเปิดใช้งานตั้งแต่นัดแรกของฤดูกาลนี้ แต่แล้วก็ต้องถูกเลื่อนเนื่องจากความล่าช้า และด้านความปลอดภัยที่ยังไม่ได้มีการทดสอบ ทำให้พวกเขาเล็งวันที่ 15 กันยายน ซึ่งเป็นเกมบิ๊กแมตช์ที่ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์สจะเปิดรังพบกับลิเวอร์พูล ทีมฟอร์มแรงประจำฤดูกาลนี้ แต่แล้วก็ต้องถูกเลื่อนไปอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้เลื่อนยาวไปถึงช่วงต้นปีหน้าเลยทีเดียว โดยพวกเขาวางแผนไว้ในเกมที่พบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในวันที่ 13 มกราคมที่จะถึงนี้ แต่แล้วก็ต้องเจอกับปัญหาอีกครั้ง เนื่องจากพวกเขายังไม่ได้การทดสอบมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งถือว่าเป็นมาตรการที่เข้มงวดมากในประเทศอังกฤษ ที่จะต้องมีการจัดงาน หรืออีเว้นต์ทดสอบสนามเสียก่อน ซึ่งท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์สยังไม่สามารถจัดงานตามเงื่อนไขที่กำนหดได้ ทำให้แพลนของพวกเขาจะต้องเลื่อนไปอีกครั้ง และคราวนี้อาจจะต้องเลื่อนยาวจนไปเปิดสนามในช่วงฤดูกาลหน้าเลยก็ได้ ซึ่งยังดีที่พวกเขาจัดการจองสนามเวมบลีย์รองรับไว้ไปจนจบฤดูกาล มิเช่นนั้นอาจจะต้องมาปวดหัวหาเช่าสนามเหย้าอีก ซึ่งถือว่าเป็นการดำเนินงานที่ย่ำแย่มากๆ สำหรับสโมสรใหญ่อย่างพวกเขา ซึ่งมันส่งผลกระทบต่อผลงานในสนามของทีมด้วย ที่ต้องเล่นในสนามที่พวกเขาไม่คุ้นชินมาเป็นฤดูกาลที่ 3 ติดต่อกันแล้ว ซึ่งหากสนามแห่งใหม่เลื่อนไปเปิดในฤดูกาลหน้า พวกเขาก็ต้องทำความเคยชินกับมันอีกในช่วงแรก ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีเสียงเชียร์จากแฟนบอลที่เพิ่มขึ้นก็ตาม

เรียบเรียงโดย live22vip.net

Categories: สเปอร์ส

ตัวหลักในแนวรุก

    เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนติน่าของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ มีกองหน้าตัวเป้าที่ให้เลือกใช้งานแค่ 2 คนเท่านั้นคือแฮร์รี่ เคน กองหน้ากัปตันทีมชาติอังกฤษ ที่เป็นตัวหลัก และเป็นดาวซัลโวประจำทีมมาโดยตลอด 5 ปีหลังสุด และอีกคนคือเฟร์นานโด ญอเรนเต้ กองหน้าร่างโย่งชาวสเปนวัย 33 ปีที่พวกเขาซื้อมาจากสวอนซี ซิตี้เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว เพื่อเข้ามาเป็นแบ็คอัพของแฮร์รี่ เคนในยามที่บาดเจ็บ หรือว่าเอาไว้ใช้ในศึกคาราบาว คัพเป็นหลัก ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาเคยมีวินเซ้นต์ แยนเซ่น อดีตกองหน้าทีมชาติฮอลแลนด์วัย 24 ปีที่ไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่แล้ว และกำลังมองหาสังกัดใหม่อยู่ ซึ่งจะพยายามให้ทันในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะหน้าร้อนรอบนี้เลยด้วย โดยก่อนหน้านี้เขาได้ถูกปล่อยไปให้กับเฟเนร์บาห์เช่ ทีมดังจากประเทศตุรกียืมตัวไปใช้งานเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งฟอร์มการเล่นก็ไม่ได้ดึขึ้น โดยทำไปได้เพียง 4 ประตูเท่านั้น ซึ่งก่อนหน้านี้โปเช็ตติโน่ก็ได้ลองใช้งานแยนเซ่นมาแล้ว 1 ฤดูกาล แต่ก็ไม่เวิร์ค และไม่เข้าระบบของเขา ทำให้จะถูกปล่อยออกจากทีมไปอย่างแน่นอน

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ในยุคนี้ที่ไม่ว่าจะใช้ระบบไหนก็ตาม พวกเขาจะมีนักเตะตัวรุกประมาณ 4 คนในแต่ละเกม ไม่ว่าจะเป็นระบบ 3-5-2 หรือจะเป็นระบบ 4-4-2 ก็ตาม พวกเขาจะใช้นักเตะตัวรุกแค่ประมาณ 4 คนเท่านั้นในการลงสนามแต่ละนัด โดยพวกเขามีตัวผู้เล่นสำคัญที่ทีมจะขาดไม่ได้อยู่ 2 คนคือแฮร์รี่ เคน และอีกคนคือเดเล่ อัลลี ตัวรุกดาวรุ่งของทีมชาติอังกฤษนั่นเอง ซึ่งทั้ง 2 คนเป้นนักเตะที่สเปอร์จะขาดไม่ได้เลยทีเดียว แต่อีก 2 ตำแหน่งที่เหลือ เมาริซิโอ ซาร์รี่ สามารถสลับสับเปลี่ยนใครลงมาทำหน้าที่แทนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นซน ฮองมิน ตัวรุกทีมชาติเกาหลีใต้ คริสเตียน อิริคเซ่น เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเดนมาร์ก เอริค ลาเมล่า ปีกชาวอาร์เจนไตน์ และลูคัส มูร่า ปีกความเร็วสูงชาวบราซิเลี่ยน ซึ่งสามารถจัดหมุนเวียนกันลงสนามได้ตลอด แต่ตัวเหลักยังต้องเป็น 2 นักเตะตัวรุกของทีมชาติอังกฤษอยู่ ซึ่งถือว่าเป็นตัวหลักในแนวรุกที่ทีมจะขาดไม่ได้เลยทีเดียว เนื่องจากดาวเตะทั้ง 2 เป็นประเภทที่สามารถทำประตูได้เก่ง แต่รายอื่นๆ เป็นพวกที่สร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมได้เก่งมากกว่า

แพงด้วย ช้าด้วย

   

  ปัญหาของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ทีมชั้นนำของศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษที่มันกินเวลามาอย่างยาวนาน และทำให้พวกเขาเสียเงินลงทุนไปมากที่สุดก็คือการสร้างสนามใหม่นั่นเอง โดยจากตอนแรกที่คาดคะเนว่าจะใช้งบประมาณในการสร้างสนามแห่งใหม่อยู่ที่ 400 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าราคาไม่สูงมากเกินไป แต่สุดท้ายแล้วงบประมาณที่พวกเขาต้องใช้ไปทั้งหมดในการสร้างสนามแห่งนี้สูงถึง 850 ล้านปอนด์เลยทีเดียว ซึ่งมันเกินกว่างบประมาณที่พวกเขาคาดการณ์ไว้ถึง 2 เท่าเลยทีเดียว หนำซ้ำยังไม่สามารถสร้างให้เสร็จทันกำหนดการเดิมที่พวกเขาตั้งเป้าเอาไว้ด้วย ซึ่งจากตอนแรกที่ทางสโมสรตั้งเป้าหมายว่าจะให้สนามแห่งใหม่แล้วเสร็จ แล้วเปิดใช้งานให้ทันก็คือวันที่ 15 กันยายน ซึ่งเป็นวันที่พวกเขาจะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของลิเวอร์พูล ทีมฟอร์มแรงของพรีเมียร์ลีกในเวลานี้ ซึ่งมันจะสร้างประเด็นให้กับสโมสรได้อย่างมากมายด้วย แต่สุดท้ายแล้วสนามก็สร้างไม่เสร็จทันตามที่กำหนด และได้ออกมาประกาศเลื่อนวันเปิดสนามออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดการณ์กันว่ากว่าจะได้ใช้งานจริงก็คือช่วงเดือนพฤศจิกายน หรือเดือนธันวาคมเลยทีเดียว ซึ่งทางสเปอร์ต้องไปเสียเงินเช่าสนามเวมบลีย์ของสมาคมฟุตบอลอังกฤษต่ออีกด้วย ซึ่งมันทำให้งบประมาณมันก็บานปลายออกไปเรื่อยๆ

            ปัญหาการสร้างสนามใหม่ของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ไม่ใช่แค่เรื่องของความล่าช้าเท่านั้น แต่มันเป็นเรื่องของงบประมาณที่มันบานปลายไปมาก จนไม่มีเงินมาให้เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือคนเก่งของทีมได้ซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาเลยแม้แต่ปอนด์เดียว ซึ่งอันที่จริงถือว่าเป็นเรื่องที่เสียหายมากด้วยซ้ำ หากสภาพทีมของ “ไก่เดือยทอง” ไม่ได้ดีแบบนี้ โดยในช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมา ผลงานของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ยังออกมาดีอยู่ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้นักเตะคนใหม่เข้ามาเลยก็ตาม ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดีด้วยที่พวกเขามีนักเตะคุณภาพดีอยู่ในทีม มิเช่นนั้นอาจจะมีปัญหาไปแล้วก็ได้ เพราะขนาดทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ใช้เงินซื้อนักเตะไปประมาณ 70 ล้านปอนด์ในซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซึ่งกลับถูกมองว่าซื้อน้อยเกินไป จนทำให้ทีมดูเหมือนจะมีปัญหาอย่างทุกวันนี้ แต่สเปอร์ที่ไม่ได้ซื้อนักเตะแม้แต่รายเดียว กลับยังไม่มีปัญหาตามมา ซึ่งมันต้องขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาไม่มีจุดอ่อนจากฤดูกาลที่แล้วให้แก้ไขด้วย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องชื่นชมเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่มากเลยทีเดียว ที่สามารถทำทีมดีได้ถึงแม้ว่าจะไม่มีเงินให้ซื้อนักเตะก็ตาม

ขอบคุณข้อมูลโดย 918kiss

Categories: สเปอร์ส

อิริคเซ่นยังไม่เข้าฟอร์ม

    บทความฟุตบอลโดย scr888 คริสเตียน อิริคเซ่น ดาวเตะทีมชาติเดนมาร์ก เป็นนักเตะที่ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ซื้อตัวมาร่วมทีมเมื่อปี 2013 ด้วยค่าตัวเพียง 11 ล้านปอนด์เท่านั้น และเขาก็กลายเป็นตัวหลักในยุคการคุมทีมของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่มาโดยตลอด และเขาก็เป็นนักเตะของสเปอร์ที่สามารถผ่านบอลให้เพื่อนทำประตูมากที่สุด ตั้งแต่เขาย้ายมาร่วมทีมด้วย โดยเขาเป็นอันดับ 1 ในแทบทุกฤดูกาลในการแอสซิสต์ให้เพื่อนทำประตู ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าเขาเป็นผู้รับหน้าที่ในการเตะลูกนิ่งต่างๆ ของทีมด้วย ไม่ว่าจะเป็นฟรีคิก หรือว่าลูกเตะมุมก็ตาม ซึ่งเขาสามารถแอสซิสต์ได้มากกว่า 10 ครั้งต่อฤดูกาลมาตลอด จะมีเพียงฤดูกาล 2014-2015 เท่านั้นที่เขาแอสซิสต์ได้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น แต่ฤดูกาลนั้นเขากลับไปหนักในการทำประตูมากกว่า โดยเขาทำได้ถึง 10 ประตูในฤดูกาลนั้น แต่หลังจากจบศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมา ฟอร์มการเล่นของเพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเดนมาร์กวัย 26 ปีกลับยังเรียกฟอร์มเก่งกลับคืนมาไม่ได้เลยในช่วง 2 นัดแรกของฤดูกาลที่ถึงแม้ว่าท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์จะสามารถเก็บชัยชนะได้ทั้ง 2 นัดก็ตาม

ในนัดที่ทีม “ไก่เดือยทอง” บุกเอาชนะนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดในนัดเปิดฤดูกาล 2-1 เขาก็ได้คะแนนจากนักวิเคราะห์สำนักต่างๆ แค่เพียง 6 คะแนนเท่านั้น ถือว่าไม่ได้ถึงกับแย่ แต่ก็ไม่ดีเช่นกัน เรียกได้ว่าไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยในนัดนั้น และนัดต่อมาที่พบกับฟูแล่ม กองกลางรายนี้กลับทำผลงานได้น่าผิดหวังกว่าเดิมด้วยซ้ำ เมื่อเขาได้โอกาสเหมาะๆ ที่จะสร้างโอกาสให้ทีม หรือแม้แต่จะทำประตูเองก็ตาม แต่เหมือนอะไรก็ผิดฟอร์มไปหมดสำหรับเขาในตอนนี้ รวมถึงการเล่นลูกตั้งเตะต่างๆ ด้วย ที่ทำได้น่าผิดหวังมาก จนมาถึงช่วงกลางครึ่งหลังที่เขาได้เตะไปแล้วหลายครั้ง แต่ว่าไม่เข้าเป้าซักครั้ง จนสุดท้ายคีแรน ทริปเปียร์ แบ็คขวาทีมชาติอังกฤษต้องไปขอเตะบ้างในจังหวะฟรีคิกระยะประมาณ 25 หลา และเป็นทริปเปียร์ที่สังหารเข้าประตูไป และเป็นประตูสำคัญที่ทำให้ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ออกนำ 2-1 ด้วย ซึ่งหากยังเป็นอิริคเซ่นเตะตามเดิม ผลการแข่งขันอาจจะไม่เป็นอย่างที่ออกมาก็เป็นได้

ดูเหมือนว่าคริสเตียน อิริคเซ่นจะเริ่มเสียสมาธิในการเล่นไป หลังจากที่ตกเป็นข่าวว่าเรอัล มาดริดสนใจที่จะคว้าตัวไปร่วมทีมก่อนตลาดซื้อขายจะปิดตัวลง ซึ่งมันคอยรบกวนจิตใจของตัวนักเตะตลอด เหมือนอย่างที่ลิเวอร์พูลเคยโดนเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ตอนที่ถูกบาร์เซโลน่ามาทาบทามขอซื้อตัวฟิลิเป้ คูตินโญ่นั่นเอง

อาถรรย์ที่ถูกทำลาย

    แฮร์รี่ เคน กองหน้าดาวยิงทีมชาติอังกฤษของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เคยประสบปัญหาการทำประตูในเดือนสิงหาคมมาโดยตลอด นับตั้งแต่เขาก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ซึ่งเขาไม่สามารถเคยทำประตูได้ในเดือนสิงหาคมเลยแม้แต่ฤดูกาลเดียว แม้กระทั่งฤดูกาลที่เขาเป็นดาวซัลโวของลีกทั้ง 2 สมัยก็ตาม แต่ว่าฤดูกาลนี้สถิติอันเหลือเชื่อของเขาก็ได้ถูกทำลายลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นนัดที่ 2 ของฤดูกาลที่กองหน้าวัย 25 ปีสามารถปลดล็อคประตูแรกได้สำเร็จในรอบ 6 ปีที่ขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ซึ่งเป็นสถิติที่น่าเหลือเชื่อมากสำหรับดาวยิงระดับแถวหน้าของพรีเมียร์ลีกอย่างเขา ที่จะตีนบอดในเดือนสิงหาคมเพียงเดือนเดียว แต่ทุกอย่างก็ได้ถูกทำลายลงแล้วในนัดที่สเปอร์เล่นในเวมบลีย์พบกับฟูแล่ม โดยประตูที่เคนทำได้เป็นประตูสำคัญที่ทำให้ทีมปิดกล่องเอาชนะทีม “เจ้าสัวน้อย” 3-1 ซึ่งถือว่าเป็นลูกยิงที่สวยมากด้วยเมื่อเขาหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนจะเอี้ยวตัวแปลด้วยเท้าขวา บอลโค้งเสียบหน้าต่างเสาสองอย่างสวยงาม ซึ่งก่อนหน้าที่เขาจะทำประตูได้ในจังหวะนี้ก็มีจังหวะที่เขาได้โหม่งจ่อๆ แต่บอลดันไปชนเสาออกมาอีก ซึ่งตอนแรกแฟนบอลคิดว่าเขาจะโดนอาถรรย์สิงหาคมเล่นงานอีกแล้วด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็มาแก้ตัวได้สำเร็จ

จำนวนนาทีที่เขาต้องรอคอยประตูแรกในเดือนสิงหาคมก็คือ 15 นัด หรือ 1,065 นาที กับการมีโอกาสยิงทั้งหมด 49 ครั้ง กว่าที่เขาจะมาทำประตูแรกได้สำเร็จ ซึ่งมันเป็นการยกภูเขาออกจากอกเขาได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และสามารถลบจุดด่างพล้อยในอาชีพค้าแข้งของเขาออกไปได้ด้วย ซึ่งในฤดูกาลต่อไปก็คงไม่มีใครกลับมาพูดถึงปัญหาเดือนสิงหาคมของแฮร์รี่ เคนอีกแล้ว เพราะอาถรรย์ต่างๆ มันได้ถูกทำลายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตอนแรกที่เขายังไม่สามารถทำประตูได้ก็คงมีเรื่องนี้ติดอยู่ในใจของเขาบ้างด้วย และมันอาจจะส่งผลทำให้เวลามีโอกาสทำประตูจะไปหวนคิดถึงเรื่องสถิติต่างๆ แต่ต่อไปคงหมดปัญหาไปเป็นที่เรียบร้อแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นการทำลายอาถรรย์ได้ถูกที่ถูกเวลาเสียด้วย เนื่อยจากนัดต่อไปของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ก็คือการที่จะต้องบุกไปเยือนโอลด์ แทรฟฟอร์ดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดพอดิบพอดี ซึ่งจะถือว่าเป็นบิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ด้วย ซึ่งสถิติของสเปอรืในการมาเยือนที่นี่ก็ถือว่าย่ำแย่เอามากๆ ซึ่งคงต้องลุ้นให้แฮร์รี่ เคนทำประตูช่วยทีมให้ได้ต่อไป

 

ทีมแรก

    ตั้งแต่มีการจำกัดช่วงเวลาในการซื้อขายนักเตะมา 10-20 กว่าปี ไม่ใช่ว่าทีมไหนจะสามารถซื้อนักเตะได้ตอนไหนก็ได้ ก็พึ่งจะมามีท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์นี่แหละที่กลายเป็นทีมแรกที่ไม่มีการขยับซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมแม้แต่รายเดียว แม้แต่การยืมตัวนักเตะก็ไม่มีการขยับเขยื้นแต่อย่างใด ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดวิสัยเป็นอย่างมาก และยิ่งเป็นทีมในศึกพรีเมียร์ลีกด้วยแล้ว ที่ทีมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นทีมเล็กทีมใหญ่ หรือทีมที่พึ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาก็ตาม ต่างก็ทุ่มเงินมหาศาลซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมทั้งนั้น ซึ่งฤดูกาลนี้ก็เป็นอีกปีที่ยอดรวมการซื้อนักเตะของทีมในพรีเมียร์ลีกมียอดเกิน 1,000 ล้านปอนด์อีกครั้ง ซึ่งเป็นแบบนี้มาหลายปีติดต่อกันแล้ว แต่ไม่มีจำนวนเงินของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์แม้แต่ปอนด์เดียวในนั้นเลย แม้แต่การขายนักเตะก็ไม่มีใครได้ออกจากทีม “ไก่เดือยทอง” ซักราย จะมีแค่เพียงวินเซนต์ แยนเซ่นเท่านั้นที่ได้กลับมาจากเฟเนร์บาห์เช่ หลังจากปล่อยให้ทีมดังในตุรกียืมตัวไปใช้งานเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ กำลังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็คือพวกเขากำลังสร้างสนามใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม และกำลังจะได้ใช้สนามที่พวกเขาลงทุนไปกว่า 850 ล้านปอนด์ในฤดูกาลนี้แล้ว โดยคาดการณ์ว่าจะแล้วเสร็จทันในนัดที่พวกเขาเปิดบ้านเจอกับลิเวอร์พูลพอดี ซึ่งถือว่าเป็นบิ๊กแมตช์ที่น่าดูคู่หนึ่งในฤดูกาลนี้เลยทีเดียว  และนี่อาจจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พวกเขาไม่มีเงินให้เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ไปช็อปนักเตะเข้ามาเสริมทีมในฤดูกาลนี้ รวมถึงพวกเขาไม่สามารถขายนักเตะที่ต้องการโละออกจากทีมอย่างวินเซนต์ แยนเซ่นได้ทันเวลาที่พวกเขาจะซื้อตัวด้วย รวมถึงโทบี้ อัลเดอร์ไวรัลด์ ที่ตั้งราคาไว้สูงถึง 60 ล้านปอนด์ แต่ทางแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ไม่ยอมเล่นด้วยกับราคานี้ ทำให้พวกเขาคงต้องทนใช้นักเตะชุดนี้ไปอีก 1 ฤดูกาล

ซึ่งอันที่จริงผู้เล่นชุดนี้ของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ก้ไม่ได้ขี้เหร่แต่อย่างใด และอันที่จริงมีขุมกำลังที่ลงตัวแล้วด้วยซ้ำ ทั้งตัวจริงและตัวสำรองสามารถสลับสับเปลี่ยนลงสนามกันได้หมด และคุณภาพไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก แต่ปกติทุกทีมก็ทำการซื้อนักเตะกันช่วงนี้ทั้งหมด จะมากหรือน้อยก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งนี่ถืงได้เป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกที่เป็นทีมที่ไม่ได้ซื้อนักเตะในช่วงหน้าร้อนนี้

 

Categories: สเปอร์ส

ล็อกเป้าช้า

  หากว่าในช่วงซัมเมอร์นี้ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ทีมอันดับ 3 ของพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลที่แล้วจะไม่ได้นักเตะเข้ามาเสริมทีมเลยแม้แต่รายเดียว คงต้องโทษให้เป็นความผิดของดาเนี่ยล เลวี่ ประธานบิหารของสโมสรคนเดียวเท่านั้น เนื่องจากพวกเขารู้อยู่แล้วว่าฤดูกาลนี้ตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดตัวลงเร็วกว่าเก่าหลายวัน แต่กว่าพวกเขาจะเริ่มดำเนินการเล็งหานักเตะ และติดต่อขอซื้อนักเตะไปนั้น ก็ปล่อยเวลาล่วงเลยมาเรื่อยๆ ซึ่งเหมือนว่าพวกเขาจะพึ่งล็อกเป้านักเตะที่พวกเขาต้องการได้ คือทำการยื่นข้อเสนอขอซื้อตัวแจ็ค กรีลิช กองกลางดาวรุ่งชาวอังกฤษจากแอสตัน วิลล่า ซึ่งสุดท้ายจะได้หรือไม่ได้ตัวนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่สิ่งที่จะทำให้แฟนบอลทีม “ไก่เดือยทอง” รู้สึกหงุดหงิดและไม่เข้าใจในการดำเนินการของสโมสรก็คือทำไมถึงพึ่งมาเริ่มทำการเจรจายื่นข้อเสนอก่อนเดดไลน์ที่ตลาดซื้อขายจะปิดตัวลงเพียง 2 วันเท่านั้น ซึ่งมีความเป็นไปได้ยากมากที่จะเจรจาขอซื้อนักเตะ ถึงแม้ว่าแอสตัน วิลล่าจะมีศักดินาน้อยกว่าพวกเขาก็ตาม แต่ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะยอมปล่อยนักเตะออกจากทีมไปได้ง่ายๆ หากพวกเขาไม่มีตัวตายตัวแทน

การเจรจาซื้อขายนักเตะต่างๆ นั้นโดยปกติก็ต้องใช้เวลาในการเจรจากันยาวนานทั้งนั้น เพื่อหาข้อสรุปที่พอใจทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย แล้วยิ่งเป็นทางดาเนี่ยล เลวี่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประธานสโมสรที่เขี้ยวที่สุดคนหนึ่ง ซึ่งก็คงไม่ยอมใช้เงินแก้ปัญหาโดยการใช้เงินทุ่มซื้อในข้อเสนอที่ทีมต้นสังกัดของนักเตะเหล่านั้นปฏิเสธไม่ได้แน่นอน ซึ่งก็เป็นไปตามคาดด้วย เพราะล่าสุดมีการรายงานว่าท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ยื่นข้อเสนอ 25 ล้านปอนด์ไปทางแอสตัน วิลล่าเพื่อขอซื้อตัวแจ็ค กรีลิชเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่นานก็ถูกปฏิเสธข้อเสนอแบบหน้าหงายออกมาแบบทันควัน ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะต้องเจรจากันอีกยาวหากว่าท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ต้องการตัวจริง

คำถามของแฟนบอล “ไก่เดือยทอง” ตอนนี้ที่สงสัยคือเวลากว่า 1 ที่เปิดตลาดซื้อขายนักเตะขึ้น รวมถึงช่วงหลังปิดฤดูกาลที่แล้วอีกเดือนกว่า บอร์ดบริหารมัวทำอะไรอยู่ที่ไม่ยอมดำเนินการติดต่อกันตั้งแต่ตอนนั้นมา หรือมัวแต่ไปวุ่นเรื่องการเร่งสร้างสนามใหม่อย่างเดียว และพึ่งมาล็อกเป้าตัวนักเตะที่ต้องการในอีก 2 วันก่อนตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดลง ซึ่งเป็นการดำเนินการที่มีแต่เสียกับเสีย เพราะการดำเนินการช้าก็ทำให้พวกเขาเสียเปรียบ และหากได้ตัวจริงก็อาจจะโดนขูดจากทีมต้นสังกัดอย่างอ่วมแน่นอน

Categories: สเปอร์ส

โดนบีบด้วยเวลา

    ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ที่จนถึงตอนนี้กลายเป็นทีมเดียวในพรีเมียร์ลีกแล้วที่ไม่ได้มีการซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมเลย ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขามีเบิร์นลี่ย์ ที่ไม่ได้ซื้อนักเตะเช่นกันเป็นเพื่อน แต่ดูเหมือนว่าล่าสุดทางเบิร์นลี่ย์จะได้เบน กิ๊บสัน ปราการหลังตัวเก่งมาจากมิดเดิ้ลสโบรห์ ทีมในอีเอฟแอล แชมเปี้ยนชิปด้วยค่าตัวสูงถึง 15 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิติของสโมสรเบิร์นลี่ย์ด้วย ซึ่งชอน ไดซ์ กุนซือเบิร์นลี่ย์ต้องไปดึงปราการหลังวัย 25 ปีมาร่วมทีม เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในแนวรับ แต่ในส่วนของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์นั้นแทบไม่มีข่าวกับนักเตะคนไหนเลยด้วยซ้ำ ซึ่งเวลาก็เดินมาถึงช่วงสุดท้ายก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดตัวลงแล้ว ซึ่งตอนแรกเหมือนว่าเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือของสเปอร์จะพอใจกับตัวผู้เล่นที่มีอยู่ แต่ในระยะหลังบทสัมภาษณ์ของเขาเริ่มออกไปในทางที่ตัดพ้อซะมากกว่า ว่าอยากจะได้นักเตะเข้ามาเพิ่มแต่บอร์ดบริหารของสโมสรยังจัดการให้เขาไม่ได้ ซึ่งก็เป็นคำถามอยู่เหมือนกันว่าทีม “ไก่เดือยทอง” ตอนนี้นั้นถังแตกหรือไม่ เนื่องจากพวกเขาลงทุนกับการสร้างสนามแห่งใหม่ไปถึง 850 ล้านปอนด์แล้ว ทำให้ไม่มีงบมาให้กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ซื้อนักเตะใหม่ ซึ่งดาเนี่ยล เลวี่ ประธานบริหารของทีมกำลังถูกกดดันด้วยเงื่อนไขของเวลาที่กระชั้นชิดเข้ามาเรื่อยๆ ทั้งโดนบีบให้ขายโทบี้ อัลเดอร์ไวรัลด์ กองหลังทีมชาติเบลเยี่ยมให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เนื่องจากตัวนักเตะต้องการย้ายไปค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด และจะไม่ยอมต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีมออกไป ซึ่งสัญญาของเขาเหลืออีกเพียงปีเดียวเท่านั้น ซึ่งหากไม่ขายดาวเตะวัย 29 ปีตอนนี้ พวกเขาก็เสี่ยงที่จะเสียเขาออกจากทีมไปแบบไม่ได้อะไรตอบแทน

ซึ่งไม่ใช่แค่นั้น ในเมื่อใจจริงแล้วท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ก็มีแผนการที่จะซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีม แต่ก็ไม่อยากควักทุนเพิ่มแล้ว แต่หากขายนักเตะออกไปไม่ได้ ก็ไมอยากจะไปซื้อนักเตะมาเพิ่ม ซึ่งพวกเขาก็มีข่าวกับทั้งแจ็ค กรีลิช กองกลางดาวรุ่งจากแอสตัน วิลล่า และวิลฟรีด ซาฮา ปีกจอมเลื้อยของคริสตัล พาเลซ ทำให้ตอนนี้แดเนี่ยล เลวี่ กำลังโดนบีบจากทั้ง 2 ทาง ซึ่งทางออกที่ดีที่สุดเขาคงรู้อยู่แล้วว่าจะเป็นทางไหน อยู่ที่ว่าจะขายได้ในราคาเท่าไหร่เท่านั้น ซึ่งควรจะขายให้เร็วด้วย เพื่อจะได้เหลือเวลาในการเจรจานักเตะที่ต้องการด้วย

บทความโดย : live22

Categories: สเปอร์ส

ไม่ได้ย้าย

            หลังจบฤดูกาลพรีเมียร์ลีกก็มีข่าวการย้ายทีมเล็ดรอดออกมาตลอดว่าโทบี้ อัลเดอร์ไวรัลด์อยากจะย้ายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ฤดูกาลนี้ติดตรงที่มีศึกฟุตบอลโลกมาคั่นกลางระหว่างช่วงปิดฤดูกาล ทำให้การเจรจาหยุดชะงัก และเป็นไปได้ยาก เนื่องจากตัวนักเตะต่างๆ จะให้ความสำคัญกับการเข้าแคมป์เก็บตัวในทีมชาติมากกว่า ซึ่งทางท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์มีข่าวว่าน่าจะต้องเสียโทบี้ อัลเดอร์ไวรัลด์ กองหลังทีมชาติเบลเยี่ยมออกจากทีมมาโดยตลอดในซัมเมอร์นี้ แต่ข่าวคราวต่างๆ เริ่มซาลงไปในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และเหมือนว่าจะไม่ใช่เป้าหมายลำดับแรกที่ทางโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเล็งจะคว้าตัวไปร่วมทีมเสียแล้ว เนื่องด้วยทางดาเนี่ยล เลวี่ ประธานสโมสร “ไก่เดือยทอง” ได้ตั้งค่าตัวของดาวเตะวัย 29 ปีไว้สูงถึง 60 ล้านปอนด์เลยทีเดียว ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีความลังเลใจไม่น้อยที่จะใช้เงินกว่าครึ่งร้อยล้านมาซื้อนักเตะที่กำลังจะเข้าสู่วัย 30 ปีที่ทราบกันดีว่าจะเป็นช่วงขาลงของอาชีพค้าแข้งแล้ว ทำให้บอร์ดบริหารของทาง “ปีศาจแดง” ไม่ได้มีการเจรจากันอย่างจริงจัง และเพราะพวกเขายังมีตัวเลือกอื่นในตลาดนักเตะรออยู่ด้วย ทำให้ยังไม่จำเป็นจะต้องรีบร้อนหากทางท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ยังไม่ยอมลดราคา ซึ่งในตลาดตอนนี้ยังมีแฮร์รี่ แม็คกวาย กองหลังจากเลสเตอร์ ซิตี้ และเยอร์รี่ มิน่า กองหลังทีมชาติสเปนของบาร์เซโลน่าที่พร้อมจะย้ายทีมอยู่ด้วย ซึ่งทางอัลเดอร์ไวรัลด์นั้นมีข่าวแค่เพียงกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทีมเดียวเท่านั้น ทำให้เขาอาจจะไม่ได้ย้ายทีมตามที่หวังเอาไว้ในซัมเมอร์นี้

ข้อจำกัดของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ กับสโมสรยักษ์ใหญ่อื่นๆ น่าจะเป็นเรื่องของค่าเหนื่อยที่ทีมอื่นสามารถยื่นให้ได้เยอะกว่า ทำให้อดีตนักเตะของแอตเลติโก มาดริด ตัดสินใจที่อยากจะย้ายออกจากทีมไปรับค่าเหนื่อยที่สูงกว่าจากทีมอื่น ซึ่งสัญญาตอนนี้ของเขากับสเปอร์เขาได้รับค่าเหนื่อยไม่ถึง 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ด้วยซ้ำ ซึ่งยังเหลือสัญญาอยู่อีก 2 ปีด้วย ทำให้โทบี้ อัลเดอร์ไวรัลด์ อยากจะไปรับค่าเหนื่อยแพงๆ ระดับ 100,000 ปอนด์เป็นอย่างน้อยกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมากกว่า แต่ดูเหมือนสถานการณ์ในตอนนี้เขาน่าจะได้อยู่ค้าแข้งในเมืองหลวงของอังกฤษต่อไปอีกอย่างน้อย 1 ฤดูกาล ซึ่งแน่นอนว่ามันส่งผลดีต่อสโมสร และกับเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ของทีม ที่จะยังมีกองหลังตัวหลักอยู่ในทีมต่อไปในฤดูกาลนี้ แต่โปเช็ตติโน่ก็อาจจะไม่ได้ทุนในการเสริมนักเตะใหม่เข้าสู่ทีมเช่นกัน