Category: สเปอร์ส

ฟอร์มของ ‘อิริคเซ่น’

     ถือว่าเป็นช่วงที่กำลังพีคที่สุดในอาชีพการค้าแข้งเลยก็ว่าได้สำหรับคริสเตียน อิริคเซ่น เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเดนมาร์กของทีมท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ที่เขาสามารถพัฒนาการเล่นให้ดียิ่งขึ้นได้ในทุกฤดูกาล รวมทั้งผลงานในการช่วยทีมทำประตู และการส่งบอลให้เพื่อนทำประตูด้วย ซึ่งดาวเตะวัย 26 ปีรายนี้ถือว่าเป็นจอมแอสซิสต์ลำดับต้นๆ ของลีกมาโดยตลอดก็ว่าได้ หลังจากที่ย้ายจากอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัมมาร่วมทีม “ไก่เดือยทอง” เมื่อปี 2013 ด้วยค่าตัวเพียง 11 ล้านปอนด์เท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดซื้อขายหน้าร้อนที่ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์สตัดสินใจขายแกเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ไปให้กับเรอัล มาดริด ยอดทีมจากสเปนนั่นเอง ทำให้พวกเขาได้เงินกลับมาก้อนโต และกว้านซื้อนักเตะดาวรุ่งอนาคตไกลเข้ามาเสริมทีมในกลางปีนั้นทันที ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือคริสเตียน อิริคเซ่น และอีกคนที่ยังเป็นเพื่อนร่วมทีมสเปอร์สอยู่ในตอนนี้ก็คือเอริค ลาเมล่า ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์นั่นเอง แต่นอกนั้นที่ซื้อมาในช่วงเดียวกันอีก 5 คนนั้นกลับล้มเหลว และถูกขายออกจากทีมไปหมดแล้ว ซึ่งดาวเตะทีมชาติเดนมาร์กถือว่าเป็นการซื้อที่คุ้มค่าที่สุดในรอบหลายปีของสโมสรเลยทีเดียว

เพลย์เมคเกอร์ร่างเล็กรายนี้มีสถิติการส่งบอลให้เพื่อนทำประตู หรือว่าการแอสซิสต์ดีเป็นลำดับต้นๆ ของลีกมาหลายฤดูกาลแล้ว เนื่องเขาได้รับหน้าที่รับเหมาเล่นลูกตั้งเตะของทีมมาโดยตลอด ทั้งการเปิดบอล หรือว่าจะเป็นฟรีคิกหวังผล เขาก็สามารถยิงประตูได้ดีอีกด้วย ทำให้เขามีสถิติในด้านนี้ที่ยอดเยี่ยม รวมถึงในจังหวะโอเพ่น เพลย์ ซึ่งเขาก็มีสถิติการสร้างโอกาสให้เพื่อนทำประตูได้มากเป็นลำดับต้นๆ ของลีกเช่นกัน โดยเป็นรองเพลย์ดาบิด ซิลบา เพลย์เมคเกอร์ชาวสเปนของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และเมซุต โอซิลของอาร์เซน่อลเท่านั้นในรอบหลายปีที่ผ่านมา

แต่หลังจากจบศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าผลงานของเขาจะไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากช่วงต้นฤดูกาลมีข่าวว่าเรอัล มาดริด ทีมดังจากสเปนให้ความสนใจจะคว้าตัวไปร่วมทีม ทำให้เขาอาจจะเสียสมาธิไป จนมีช่วงหนึ่งที่การเล่นลูกตั้งเตะของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์สตกไปเป็นของคีแรน ทริปเปียร์ แบ็คขวาทีมชาติอังกฤษด้วย ซึ่งทำให้ตอนนี้เขายังไม่สามารถทำประตูในลีกได้เลย ทั้งๆ ที่เมื่อฤดูกาลที่แล้วเขาช่วยทีมทำได้ถึง 10 ประตูในพรีเมียร์ลีก ซึ่งถือว่าเป็นฟอร์มที่น่าผิดหวังเป็นอย่างยิ่งสำหรับเพลย์เมคเกอร์ที่ติดทีมยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

 

Categories: สเปอร์ส

ผลงานที่ดีเกินคาด

            ในการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ ได้ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นฤดูกาลที่มีการขับเคี่ยวกันสูงที่สุดอีกฤดูกาลหนึ่ง โดยเฉพาะทีมในกลุ่มหัวตาราง หรือในกลุ่มท็อป 6 นั่นเอง เนื่องจาแต่ละทีมต่างก็เสริมทัพ และเพิ่มศักยภาพให้กับทีมของตัวเองอย่างเต็มที่ อย่างอาร์เซน่อลก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงกุนซือจากอาร์เซน เวนเกอร์ ที่คุมทีม “ปืนใหญ่” มาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี มาเป็นอูไน อเมรี่ กุนซือหนุ่มไฟแรงชาวสเปน รวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงนักเตะอีกพอสมควรด้วย เช่นเดียวกับเชลซีที่ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงกุนซือเช่นกัน จากอันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือจอมโหดที่เคยพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อ 2 ฤดูกาลก่อนมาเป็นเมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนจากนาโปลี และลิเวอร์พูลที่ทุ่มงบซื้อตัวนักเตะในช่วงปิดฤดูกาลไปกว่า 170 ล้านปอนด์ ซึ่งทำให้กลายเป็นทีมลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้ทันที ส่วน 2 ทีมดังจากแมนเชสเตอร์ ทั้งซิตี้ และยูไนเต็ด ที่เป็นแชมป์ และรองแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้วนั้นถูกมองว่าแข็งแกร่งอยู่แล้ว

แต่ในทางกลับกันที่ทุกทีมเพิ่มศักยภาพให้กับทีมตัวเองโดยการซื้อนักเตะดาวดังเข้ามา แต่ทีม “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ที่ได้ถึงอันดับที่ 3 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่กลับไม่มีการซื้อ หรือว่ายืมตัวนักเตะเข้ามาเสริมทีมเลยในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่พวกเขานำเงินไปเป็นทุนสร้างสนามแห่งใหม่เสียหมดนั่นเอง ทำให้เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ต้องใช้ผู้เล่นตัวหลักจากเมื่อฤดูกาลที่แล้วต่อในปีนี้ ทำให้พวกเขาถูกมองว่าจะกลายเป็นทีมที่หลุดจากตำแหน่งท็อปโฟร์ หรือหลุดจากพื้นที่ที่จะได้ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน

แต่ทว่าผลงานของลูกทีมเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ในฤดูกาลนี้ กลับยังทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา โดยถึงแม้ว่าพวกเขาจะแพ้ไปแล้วถึง 4 นัด แต่นอกนั้นพวกเขาสามารถเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด 12 นัด ทำให้คะแนนของพวกเขาเป็นอันดับ 3 ของตารางพรีเมียร์ลีก ถึงแม้ว่าจะมีคะแนนเป็นรองจ่าฝูงอยู่หลายคะแนนก็ตาม แต่เป้าหมายในฤดูกาลนี้ของทีมน่าจะเป็นการทำอันดับไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกให้ได้อีกครั้งมากกว่า ถึงแม้ว่าทีมจะไม่ได้แชมป์ลีกสูงสุดมาอย่างยาวนานก็ตาม แต่การที่ไม่ได้เสริมทัพนักเตะเข้าสู่ทีม แล้วทำผลงานได้ดีขนาดนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สุดยอดแล้วในฤดูกาลนี้

Categories: สเปอร์ส

แนวรุกที่ผลัดกันยิง

    ทีมท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ทีมหัวตารางของพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ ที่คุมทีมโดยเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือหนุ่มชาวอาร์เจนไตน์ ที่ทำทีมด้วยแนวทางสมัยใหม่ ซึ่งจะเป็นวิธีเดียวกับเป็ป กวาดิโอล่า กุนซือชาวสเปนของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่จะไม่มีระบบการเล่นที่ตายตัว ซึ่งจะสามารถเปลี่ยนได้ตลอด ทั้งในระบบ 3-5-2 หรือ 4-4-2 หรือ 4-3-3 ก็ตาม พวกเขาสามารถเปลี่ยนระบบการเล่นได้โดยตลอดในฤดูกาลนี้ ซึ่งไม่ใช่ว่าทีมไหนคิดจะเปลี่ยนระบบการเล่นระหว่างฤดูกาลแล้วจะทำได้เลยทุกทีม ซึ่งมันต้องเริ่มมาจากการฝึกซ้อมที่ดี และความเข้าใจในแผนการเล่นของนักเตะภายในทีมด้วย ซึ่งทีม “ไก่เดือยทอง” เป็น 1 ในไม่กี่ทีมที่สามารถทำแบบนี้ได้ ซึ่งต้องยกย่องการคุมทีมของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่เป็นอย่างยิ่ง โดยตัวผู้เล่นของพวกเขาในฤดูกาลนี้นั้นแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เนื่องจากในช่ววงตลาดซื้อขายนักเตะหน้าร้อนที่ผ่านมา พวกเขาไม่ได้มีการซื้อนักเตะ หรือว่ายืมตัวเข้ามาสู่ทีมแม้แต่รายเดียว และแทบจะไม่มีการขายนักเตะออกจากทีมไปด้วย ทำให้เป็นผู้เล่นชุดเดิมจากเมื่อฤดูกาลที่แล้วทั้งหมด

โดยพวกเขามีกองหน้าตัวเป้าเพียง 2 คนเท่านั้น คือแฮร์รี่ เคน กองหน้าดาวซัลโวของทีม และของทีมชาติอังกฤษ ส่วนอีกคนที่เป็นตัวสำรองคือเฟร์นานโด ญอเรนเต้ กองหน้าร่างสูงชาวสเปน ที่อยู่ในช่วงปลายอาชีพค้าแข้งแล้ว แต่ในส่วนของตำแหน่งปีก หรือว่ากองหน้าตัวต่ำนั้นพวกเขามีผู้เล่นหลายคนทีเดียว ซึ่งในฤดูกาลนี้ผลัดกันทำผลงานได้อย่างโดดเด่นตลอดในช่วงที่ผ่านมา

ในช่วงต้นฤดูกาลที่ซอน ฮองมิน ตัวรุกทีมชาติเกาหลีใต้ ที่ต้องไปทำศึกเอเชี่ยน เกมส์ที่ประเทศอินโดนีเซีย ทำให้กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ต้องเลือกใช้งานลูคัส มูร่า ปีกความเร็วสูงชาวบราซิเลี่ยนที่ซื้อมาจากปารีส แซงต์ แชร์กแมงเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาแทน ซึ่งกลายเป็นว่าปีกวัย 25 ปีสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงต้นฤดูกาล แต่หลังจากนั้นมาก็เริ่มฟอร์มแผ่วไป แล้วกลายเป็นเอริค ลาเมล่า ตัวรุกชาวอาร์เจนไตน์ที่ก้าวขึ้นมาช่วยทีมได้ต่อจากลูคัส มูร่า และล่าสุดก็ถึงคิวของซอน ฮองมิน ตัวรุกกัปตันทีมชาติเกาหลีใต้ ที่เขาเริ่มมาช่วยทีมในช่วงกลางเดือนกันยายน แต่ต้องเริ่มจากการเป็นตัวสำรอง เนื่องจากกรำศึกหนักมาจากฟุตบอลโลก และเอเชี่ยน เกมส์ด้วย แต่ดาวเตะวัย 26 ปีเริ่มมาทำประตูได้อย่างต่อเนื่องในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

ข้อมูลโดย  918kissbyp8.com

 

Categories: สเปอร์ส

‘โปเช็ตติโน่’ ที่ต้องยกย่อง

     บทความฟุตบอลที่น่าสนใจจาก live22sure.com ทีมท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ในยุคการคุมทีมของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ ที่ทำให้ทีม “ไก่เดือยทอง” กลายเป็นทีมชั้นนำของลีกอย่างเต็มตัว ซึ่งจากตอนแรกที่ในศึกพรีเมียร์ลีกมีกลุ่มที่ถูกเรียกว่ากลุ่มท็อปโฟร์ ที่มี 4 ทีมยักษ์ใหญ่ของลีกอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลิเวอร์พูล เชลซี และอาร์เซน่อลในช่วงต้นศตวรรษที่ 2000 แต่หลังจากปี 2010 เป็นต้นมา ก็ได้มีทีมที่ก้าวขึ้นมาเป็นทีมยักษ์ใหญ่เพิ่ม ซึ่งก็คือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ได้กลุ่มทุนมหาเศรษฐีจากอาหรับเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสร และลงทุนเม็ดเงินมหาศาลในการจ้างกุนซือชื่อดัง รวมถึงซื้อนักเตะดาวดังเข้ามาร่วมทีม แต่ในส่วนของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์สนั้นแทบไม่ได้ใช้เงินลงทุนมหาศาลแต่อย่างใด แต่พวกเขาใช้เงินที่ได้จากการขายแกเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ที่ขายไปให้กับเรอัล มาดริด ทำให้สโมสรได้เงินมาก้อนโต ซึ่งท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์สก็ได้นำเงินไปซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมหลายรายในตอนนั้น รวมถึงการไปดึงตัวเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่จากเซาต์แธมตันเข้ามาคุมทีมในถิ่นไวท์ ฮาร์ต เลนด้วย ซึ่งทำให้พวกเขาก้าวขึ้นมาเป็น 1 ในกลุ่มท็อป 6 ได้สำเร็จในตอนนี้ ซึ่งในช่วงหลังพวกเขาได้โควต้าไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอยู่เสมอด้วย ซึ่งถือว่าเป็นความยอดเยี่ยมที่ต้องให้เครดิตกับบอร์ดบริหารของทีมที่นำโดยดาเนี่ยล เลวี่ ประธานสโมสรคนเก่ง ที่บริหารการเงินของทีมได้อย่างชาญฉลาด จนทำให้พวกเขาสามารถสร้างสนามแห่งใหม่ได้สำเร็จ ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้เปิดใช้งานเลยก็ตาม

เมื่อฤดูกาลที่แล้วที่เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ใกล้จะหมดสัญญาคุมทีมกับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ทำให้ทีม “ไก่เดือยทอง” ต้องรีบต่อสัญญายาวไปถึง 5 ปี เนื่องจากช่วงนั้นมีข่าวว่าเรอัล มาดริด ยอดทีมจากสเปนสนใจที่จะดึงตัวกุนซือวัย 46 ปีไปคุมทีมในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว รวมถึงในฤดูกาลนี้ก็กลับมามีข่าวว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังของเกาะอังกฤษ ก็อยากจะดึงตัวอดีตนักเตะของปารีส แซงต์ แชร์กแมง และเอสปันญ่อลรายนี้ไปคุมทีมแทนโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีสที่ทำทีม “ปีศาจแดง” มีผลงานที่ย่ำแย่ในฤดูกาลนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้บอร์ดบริหารของทีมหนักใจทีเดียว เพราะเกรงว่าอาจจะเสียกุนซือคนเก่งคนนี้ไปในอนาคตก็ได้ ซึ่งจะถือว่าเป็นความเสียหายที่มหาศาลเลยทีเดียว หากว่าพวกเขาเสียกุนซือผู้ทำให้ทีมกลายเป็นทีมชั้นนำของลีกคนนี้ไปให้กับทีมอื่น

Categories: สเปอร์ส

รังเหย้าที่ยังค้างคา

 

ทีม “ไก่เดือยทอง” ได้ลงทุนไปอย่างมหาศาลกว่า 850 ล้านปอนด์ในการสร้างสนามแห่งใหม่ขึ้นมาแทนที่สนามเก่าอย่างไวท์ ฮาร์ท เลนที่ทุบทิ้งไป โดยในตอนแรกพวกเขาตั้งงบประมาณไว้เพียงแค่ 400 ล้านปอนด์เท่านั้น แต่สุดท้ายแล้วงบประมาณกลับบานปลายไปถึงเกือบ 1,000 ล้านปอนด์เลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นการวางแผนงาน และงบประมาณที่ผิดพลาดเป็นอย่างมาก ซึ่งมันส่งผลกระทบกับการทำทีมของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ของทีมด้วย เพราะพวกเขาถูกจำกัดงบประมาณในการซื้อนักเตะอย่างสุดขีด โดยเฉพาะในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งพวกเขาไม่ได้มีการเสริมทัพนักเตะเข้าสู่ทีมแม้แต่รายเดียว ซึ่งกลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีกด้วย ที่ไม่ได้มีการซื้อนักเตะเข้ามาสู่ทีมในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะหน้าร้อน ทำให้กุนซือคนเก่งวัย 46 ปีต้องใช้นักเตะชุดเดิมจากเมื่อฤดูกาลที่แล้วต่อไปในฤดูกาลนี้

โดยสนามแห่งใหม่ที่พวกเขาสร้างจะจุคนดูได้ประมาณ 62,000 คน ซึ่งในตอนแรกพวกเขาวางแผนจะเปิดใช้งานตั้งแต่นัดแรกของฤดูกาลนี้ แต่แล้วก็ต้องถูกเลื่อนเนื่องจากความล่าช้า และด้านความปลอดภัยที่ยังไม่ได้มีการทดสอบ ทำให้พวกเขาเล็งวันที่ 15 กันยายน ซึ่งเป็นเกมบิ๊กแมตช์ที่ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์สจะเปิดรังพบกับลิเวอร์พูล ทีมฟอร์มแรงประจำฤดูกาลนี้ แต่แล้วก็ต้องถูกเลื่อนไปอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้เลื่อนยาวไปถึงช่วงต้นปีหน้าเลยทีเดียว โดยพวกเขาวางแผนไว้ในเกมที่พบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในวันที่ 13 มกราคมที่จะถึงนี้ แต่แล้วก็ต้องเจอกับปัญหาอีกครั้ง เนื่องจากพวกเขายังไม่ได้การทดสอบมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งถือว่าเป็นมาตรการที่เข้มงวดมากในประเทศอังกฤษ ที่จะต้องมีการจัดงาน หรืออีเว้นต์ทดสอบสนามเสียก่อน ซึ่งท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์สยังไม่สามารถจัดงานตามเงื่อนไขที่กำนหดได้ ทำให้แพลนของพวกเขาจะต้องเลื่อนไปอีกครั้ง และคราวนี้อาจจะต้องเลื่อนยาวจนไปเปิดสนามในช่วงฤดูกาลหน้าเลยก็ได้ ซึ่งยังดีที่พวกเขาจัดการจองสนามเวมบลีย์รองรับไว้ไปจนจบฤดูกาล มิเช่นนั้นอาจจะต้องมาปวดหัวหาเช่าสนามเหย้าอีก ซึ่งถือว่าเป็นการดำเนินงานที่ย่ำแย่มากๆ สำหรับสโมสรใหญ่อย่างพวกเขา ซึ่งมันส่งผลกระทบต่อผลงานในสนามของทีมด้วย ที่ต้องเล่นในสนามที่พวกเขาไม่คุ้นชินมาเป็นฤดูกาลที่ 3 ติดต่อกันแล้ว ซึ่งหากสนามแห่งใหม่เลื่อนไปเปิดในฤดูกาลหน้า พวกเขาก็ต้องทำความเคยชินกับมันอีกในช่วงแรก ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีเสียงเชียร์จากแฟนบอลที่เพิ่มขึ้นก็ตาม

เรียบเรียงโดย live22vip.net

Categories: สเปอร์ส

ตัวหลักในแนวรุก

    เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนติน่าของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ มีกองหน้าตัวเป้าที่ให้เลือกใช้งานแค่ 2 คนเท่านั้นคือแฮร์รี่ เคน กองหน้ากัปตันทีมชาติอังกฤษ ที่เป็นตัวหลัก และเป็นดาวซัลโวประจำทีมมาโดยตลอด 5 ปีหลังสุด และอีกคนคือเฟร์นานโด ญอเรนเต้ กองหน้าร่างโย่งชาวสเปนวัย 33 ปีที่พวกเขาซื้อมาจากสวอนซี ซิตี้เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว เพื่อเข้ามาเป็นแบ็คอัพของแฮร์รี่ เคนในยามที่บาดเจ็บ หรือว่าเอาไว้ใช้ในศึกคาราบาว คัพเป็นหลัก ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาเคยมีวินเซ้นต์ แยนเซ่น อดีตกองหน้าทีมชาติฮอลแลนด์วัย 24 ปีที่ไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่แล้ว และกำลังมองหาสังกัดใหม่อยู่ ซึ่งจะพยายามให้ทันในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะหน้าร้อนรอบนี้เลยด้วย โดยก่อนหน้านี้เขาได้ถูกปล่อยไปให้กับเฟเนร์บาห์เช่ ทีมดังจากประเทศตุรกียืมตัวไปใช้งานเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งฟอร์มการเล่นก็ไม่ได้ดึขึ้น โดยทำไปได้เพียง 4 ประตูเท่านั้น ซึ่งก่อนหน้านี้โปเช็ตติโน่ก็ได้ลองใช้งานแยนเซ่นมาแล้ว 1 ฤดูกาล แต่ก็ไม่เวิร์ค และไม่เข้าระบบของเขา ทำให้จะถูกปล่อยออกจากทีมไปอย่างแน่นอน

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ในยุคนี้ที่ไม่ว่าจะใช้ระบบไหนก็ตาม พวกเขาจะมีนักเตะตัวรุกประมาณ 4 คนในแต่ละเกม ไม่ว่าจะเป็นระบบ 3-5-2 หรือจะเป็นระบบ 4-4-2 ก็ตาม พวกเขาจะใช้นักเตะตัวรุกแค่ประมาณ 4 คนเท่านั้นในการลงสนามแต่ละนัด โดยพวกเขามีตัวผู้เล่นสำคัญที่ทีมจะขาดไม่ได้อยู่ 2 คนคือแฮร์รี่ เคน และอีกคนคือเดเล่ อัลลี ตัวรุกดาวรุ่งของทีมชาติอังกฤษนั่นเอง ซึ่งทั้ง 2 คนเป้นนักเตะที่สเปอร์จะขาดไม่ได้เลยทีเดียว แต่อีก 2 ตำแหน่งที่เหลือ เมาริซิโอ ซาร์รี่ สามารถสลับสับเปลี่ยนใครลงมาทำหน้าที่แทนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นซน ฮองมิน ตัวรุกทีมชาติเกาหลีใต้ คริสเตียน อิริคเซ่น เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเดนมาร์ก เอริค ลาเมล่า ปีกชาวอาร์เจนไตน์ และลูคัส มูร่า ปีกความเร็วสูงชาวบราซิเลี่ยน ซึ่งสามารถจัดหมุนเวียนกันลงสนามได้ตลอด แต่ตัวเหลักยังต้องเป็น 2 นักเตะตัวรุกของทีมชาติอังกฤษอยู่ ซึ่งถือว่าเป็นตัวหลักในแนวรุกที่ทีมจะขาดไม่ได้เลยทีเดียว เนื่องจากดาวเตะทั้ง 2 เป็นประเภทที่สามารถทำประตูได้เก่ง แต่รายอื่นๆ เป็นพวกที่สร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมได้เก่งมากกว่า

แพงด้วย ช้าด้วย

   

  ปัญหาของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ทีมชั้นนำของศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษที่มันกินเวลามาอย่างยาวนาน และทำให้พวกเขาเสียเงินลงทุนไปมากที่สุดก็คือการสร้างสนามใหม่นั่นเอง โดยจากตอนแรกที่คาดคะเนว่าจะใช้งบประมาณในการสร้างสนามแห่งใหม่อยู่ที่ 400 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าราคาไม่สูงมากเกินไป แต่สุดท้ายแล้วงบประมาณที่พวกเขาต้องใช้ไปทั้งหมดในการสร้างสนามแห่งนี้สูงถึง 850 ล้านปอนด์เลยทีเดียว ซึ่งมันเกินกว่างบประมาณที่พวกเขาคาดการณ์ไว้ถึง 2 เท่าเลยทีเดียว หนำซ้ำยังไม่สามารถสร้างให้เสร็จทันกำหนดการเดิมที่พวกเขาตั้งเป้าเอาไว้ด้วย ซึ่งจากตอนแรกที่ทางสโมสรตั้งเป้าหมายว่าจะให้สนามแห่งใหม่แล้วเสร็จ แล้วเปิดใช้งานให้ทันก็คือวันที่ 15 กันยายน ซึ่งเป็นวันที่พวกเขาจะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของลิเวอร์พูล ทีมฟอร์มแรงของพรีเมียร์ลีกในเวลานี้ ซึ่งมันจะสร้างประเด็นให้กับสโมสรได้อย่างมากมายด้วย แต่สุดท้ายแล้วสนามก็สร้างไม่เสร็จทันตามที่กำหนด และได้ออกมาประกาศเลื่อนวันเปิดสนามออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดการณ์กันว่ากว่าจะได้ใช้งานจริงก็คือช่วงเดือนพฤศจิกายน หรือเดือนธันวาคมเลยทีเดียว ซึ่งทางสเปอร์ต้องไปเสียเงินเช่าสนามเวมบลีย์ของสมาคมฟุตบอลอังกฤษต่ออีกด้วย ซึ่งมันทำให้งบประมาณมันก็บานปลายออกไปเรื่อยๆ

            ปัญหาการสร้างสนามใหม่ของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ไม่ใช่แค่เรื่องของความล่าช้าเท่านั้น แต่มันเป็นเรื่องของงบประมาณที่มันบานปลายไปมาก จนไม่มีเงินมาให้เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือคนเก่งของทีมได้ซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาเลยแม้แต่ปอนด์เดียว ซึ่งอันที่จริงถือว่าเป็นเรื่องที่เสียหายมากด้วยซ้ำ หากสภาพทีมของ “ไก่เดือยทอง” ไม่ได้ดีแบบนี้ โดยในช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมา ผลงานของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ยังออกมาดีอยู่ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้นักเตะคนใหม่เข้ามาเลยก็ตาม ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดีด้วยที่พวกเขามีนักเตะคุณภาพดีอยู่ในทีม มิเช่นนั้นอาจจะมีปัญหาไปแล้วก็ได้ เพราะขนาดทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ใช้เงินซื้อนักเตะไปประมาณ 70 ล้านปอนด์ในซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซึ่งกลับถูกมองว่าซื้อน้อยเกินไป จนทำให้ทีมดูเหมือนจะมีปัญหาอย่างทุกวันนี้ แต่สเปอร์ที่ไม่ได้ซื้อนักเตะแม้แต่รายเดียว กลับยังไม่มีปัญหาตามมา ซึ่งมันต้องขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาไม่มีจุดอ่อนจากฤดูกาลที่แล้วให้แก้ไขด้วย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องชื่นชมเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่มากเลยทีเดียว ที่สามารถทำทีมดีได้ถึงแม้ว่าจะไม่มีเงินให้ซื้อนักเตะก็ตาม

ขอบคุณข้อมูลโดย 918kiss

Categories: สเปอร์ส

อิริคเซ่นยังไม่เข้าฟอร์ม

    บทความฟุตบอลโดย scr888 คริสเตียน อิริคเซ่น ดาวเตะทีมชาติเดนมาร์ก เป็นนักเตะที่ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ซื้อตัวมาร่วมทีมเมื่อปี 2013 ด้วยค่าตัวเพียง 11 ล้านปอนด์เท่านั้น และเขาก็กลายเป็นตัวหลักในยุคการคุมทีมของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่มาโดยตลอด และเขาก็เป็นนักเตะของสเปอร์ที่สามารถผ่านบอลให้เพื่อนทำประตูมากที่สุด ตั้งแต่เขาย้ายมาร่วมทีมด้วย โดยเขาเป็นอันดับ 1 ในแทบทุกฤดูกาลในการแอสซิสต์ให้เพื่อนทำประตู ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าเขาเป็นผู้รับหน้าที่ในการเตะลูกนิ่งต่างๆ ของทีมด้วย ไม่ว่าจะเป็นฟรีคิก หรือว่าลูกเตะมุมก็ตาม ซึ่งเขาสามารถแอสซิสต์ได้มากกว่า 10 ครั้งต่อฤดูกาลมาตลอด จะมีเพียงฤดูกาล 2014-2015 เท่านั้นที่เขาแอสซิสต์ได้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น แต่ฤดูกาลนั้นเขากลับไปหนักในการทำประตูมากกว่า โดยเขาทำได้ถึง 10 ประตูในฤดูกาลนั้น แต่หลังจากจบศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมา ฟอร์มการเล่นของเพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเดนมาร์กวัย 26 ปีกลับยังเรียกฟอร์มเก่งกลับคืนมาไม่ได้เลยในช่วง 2 นัดแรกของฤดูกาลที่ถึงแม้ว่าท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์จะสามารถเก็บชัยชนะได้ทั้ง 2 นัดก็ตาม

ในนัดที่ทีม “ไก่เดือยทอง” บุกเอาชนะนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดในนัดเปิดฤดูกาล 2-1 เขาก็ได้คะแนนจากนักวิเคราะห์สำนักต่างๆ แค่เพียง 6 คะแนนเท่านั้น ถือว่าไม่ได้ถึงกับแย่ แต่ก็ไม่ดีเช่นกัน เรียกได้ว่าไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยในนัดนั้น และนัดต่อมาที่พบกับฟูแล่ม กองกลางรายนี้กลับทำผลงานได้น่าผิดหวังกว่าเดิมด้วยซ้ำ เมื่อเขาได้โอกาสเหมาะๆ ที่จะสร้างโอกาสให้ทีม หรือแม้แต่จะทำประตูเองก็ตาม แต่เหมือนอะไรก็ผิดฟอร์มไปหมดสำหรับเขาในตอนนี้ รวมถึงการเล่นลูกตั้งเตะต่างๆ ด้วย ที่ทำได้น่าผิดหวังมาก จนมาถึงช่วงกลางครึ่งหลังที่เขาได้เตะไปแล้วหลายครั้ง แต่ว่าไม่เข้าเป้าซักครั้ง จนสุดท้ายคีแรน ทริปเปียร์ แบ็คขวาทีมชาติอังกฤษต้องไปขอเตะบ้างในจังหวะฟรีคิกระยะประมาณ 25 หลา และเป็นทริปเปียร์ที่สังหารเข้าประตูไป และเป็นประตูสำคัญที่ทำให้ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ออกนำ 2-1 ด้วย ซึ่งหากยังเป็นอิริคเซ่นเตะตามเดิม ผลการแข่งขันอาจจะไม่เป็นอย่างที่ออกมาก็เป็นได้

ดูเหมือนว่าคริสเตียน อิริคเซ่นจะเริ่มเสียสมาธิในการเล่นไป หลังจากที่ตกเป็นข่าวว่าเรอัล มาดริดสนใจที่จะคว้าตัวไปร่วมทีมก่อนตลาดซื้อขายจะปิดตัวลง ซึ่งมันคอยรบกวนจิตใจของตัวนักเตะตลอด เหมือนอย่างที่ลิเวอร์พูลเคยโดนเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ตอนที่ถูกบาร์เซโลน่ามาทาบทามขอซื้อตัวฟิลิเป้ คูตินโญ่นั่นเอง

อาถรรย์ที่ถูกทำลาย

    แฮร์รี่ เคน กองหน้าดาวยิงทีมชาติอังกฤษของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เคยประสบปัญหาการทำประตูในเดือนสิงหาคมมาโดยตลอด นับตั้งแต่เขาก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ซึ่งเขาไม่สามารถเคยทำประตูได้ในเดือนสิงหาคมเลยแม้แต่ฤดูกาลเดียว แม้กระทั่งฤดูกาลที่เขาเป็นดาวซัลโวของลีกทั้ง 2 สมัยก็ตาม แต่ว่าฤดูกาลนี้สถิติอันเหลือเชื่อของเขาก็ได้ถูกทำลายลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นนัดที่ 2 ของฤดูกาลที่กองหน้าวัย 25 ปีสามารถปลดล็อคประตูแรกได้สำเร็จในรอบ 6 ปีที่ขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ซึ่งเป็นสถิติที่น่าเหลือเชื่อมากสำหรับดาวยิงระดับแถวหน้าของพรีเมียร์ลีกอย่างเขา ที่จะตีนบอดในเดือนสิงหาคมเพียงเดือนเดียว แต่ทุกอย่างก็ได้ถูกทำลายลงแล้วในนัดที่สเปอร์เล่นในเวมบลีย์พบกับฟูแล่ม โดยประตูที่เคนทำได้เป็นประตูสำคัญที่ทำให้ทีมปิดกล่องเอาชนะทีม “เจ้าสัวน้อย” 3-1 ซึ่งถือว่าเป็นลูกยิงที่สวยมากด้วยเมื่อเขาหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนจะเอี้ยวตัวแปลด้วยเท้าขวา บอลโค้งเสียบหน้าต่างเสาสองอย่างสวยงาม ซึ่งก่อนหน้าที่เขาจะทำประตูได้ในจังหวะนี้ก็มีจังหวะที่เขาได้โหม่งจ่อๆ แต่บอลดันไปชนเสาออกมาอีก ซึ่งตอนแรกแฟนบอลคิดว่าเขาจะโดนอาถรรย์สิงหาคมเล่นงานอีกแล้วด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็มาแก้ตัวได้สำเร็จ

จำนวนนาทีที่เขาต้องรอคอยประตูแรกในเดือนสิงหาคมก็คือ 15 นัด หรือ 1,065 นาที กับการมีโอกาสยิงทั้งหมด 49 ครั้ง กว่าที่เขาจะมาทำประตูแรกได้สำเร็จ ซึ่งมันเป็นการยกภูเขาออกจากอกเขาได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และสามารถลบจุดด่างพล้อยในอาชีพค้าแข้งของเขาออกไปได้ด้วย ซึ่งในฤดูกาลต่อไปก็คงไม่มีใครกลับมาพูดถึงปัญหาเดือนสิงหาคมของแฮร์รี่ เคนอีกแล้ว เพราะอาถรรย์ต่างๆ มันได้ถูกทำลายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตอนแรกที่เขายังไม่สามารถทำประตูได้ก็คงมีเรื่องนี้ติดอยู่ในใจของเขาบ้างด้วย และมันอาจจะส่งผลทำให้เวลามีโอกาสทำประตูจะไปหวนคิดถึงเรื่องสถิติต่างๆ แต่ต่อไปคงหมดปัญหาไปเป็นที่เรียบร้อแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นการทำลายอาถรรย์ได้ถูกที่ถูกเวลาเสียด้วย เนื่อยจากนัดต่อไปของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ก็คือการที่จะต้องบุกไปเยือนโอลด์ แทรฟฟอร์ดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดพอดิบพอดี ซึ่งจะถือว่าเป็นบิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ด้วย ซึ่งสถิติของสเปอรืในการมาเยือนที่นี่ก็ถือว่าย่ำแย่เอามากๆ ซึ่งคงต้องลุ้นให้แฮร์รี่ เคนทำประตูช่วยทีมให้ได้ต่อไป

 

ทีมแรก

    ตั้งแต่มีการจำกัดช่วงเวลาในการซื้อขายนักเตะมา 10-20 กว่าปี ไม่ใช่ว่าทีมไหนจะสามารถซื้อนักเตะได้ตอนไหนก็ได้ ก็พึ่งจะมามีท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์นี่แหละที่กลายเป็นทีมแรกที่ไม่มีการขยับซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมแม้แต่รายเดียว แม้แต่การยืมตัวนักเตะก็ไม่มีการขยับเขยื้นแต่อย่างใด ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดวิสัยเป็นอย่างมาก และยิ่งเป็นทีมในศึกพรีเมียร์ลีกด้วยแล้ว ที่ทีมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นทีมเล็กทีมใหญ่ หรือทีมที่พึ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาก็ตาม ต่างก็ทุ่มเงินมหาศาลซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมทั้งนั้น ซึ่งฤดูกาลนี้ก็เป็นอีกปีที่ยอดรวมการซื้อนักเตะของทีมในพรีเมียร์ลีกมียอดเกิน 1,000 ล้านปอนด์อีกครั้ง ซึ่งเป็นแบบนี้มาหลายปีติดต่อกันแล้ว แต่ไม่มีจำนวนเงินของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์แม้แต่ปอนด์เดียวในนั้นเลย แม้แต่การขายนักเตะก็ไม่มีใครได้ออกจากทีม “ไก่เดือยทอง” ซักราย จะมีแค่เพียงวินเซนต์ แยนเซ่นเท่านั้นที่ได้กลับมาจากเฟเนร์บาห์เช่ หลังจากปล่อยให้ทีมดังในตุรกียืมตัวไปใช้งานเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ กำลังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็คือพวกเขากำลังสร้างสนามใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม และกำลังจะได้ใช้สนามที่พวกเขาลงทุนไปกว่า 850 ล้านปอนด์ในฤดูกาลนี้แล้ว โดยคาดการณ์ว่าจะแล้วเสร็จทันในนัดที่พวกเขาเปิดบ้านเจอกับลิเวอร์พูลพอดี ซึ่งถือว่าเป็นบิ๊กแมตช์ที่น่าดูคู่หนึ่งในฤดูกาลนี้เลยทีเดียว  และนี่อาจจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พวกเขาไม่มีเงินให้เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ไปช็อปนักเตะเข้ามาเสริมทีมในฤดูกาลนี้ รวมถึงพวกเขาไม่สามารถขายนักเตะที่ต้องการโละออกจากทีมอย่างวินเซนต์ แยนเซ่นได้ทันเวลาที่พวกเขาจะซื้อตัวด้วย รวมถึงโทบี้ อัลเดอร์ไวรัลด์ ที่ตั้งราคาไว้สูงถึง 60 ล้านปอนด์ แต่ทางแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ไม่ยอมเล่นด้วยกับราคานี้ ทำให้พวกเขาคงต้องทนใช้นักเตะชุดนี้ไปอีก 1 ฤดูกาล

ซึ่งอันที่จริงผู้เล่นชุดนี้ของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ก้ไม่ได้ขี้เหร่แต่อย่างใด และอันที่จริงมีขุมกำลังที่ลงตัวแล้วด้วยซ้ำ ทั้งตัวจริงและตัวสำรองสามารถสลับสับเปลี่ยนลงสนามกันได้หมด และคุณภาพไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก แต่ปกติทุกทีมก็ทำการซื้อนักเตะกันช่วงนี้ทั้งหมด จะมากหรือน้อยก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งนี่ถืงได้เป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกที่เป็นทีมที่ไม่ได้ซื้อนักเตะในช่วงหน้าร้อนนี้

 

Categories: สเปอร์ส