Tag: ไก่เดือยทอง

ดาวซัลโว

    หากจะพูดถึงตำนานของสโมสร “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แฟนๆ คงไปนึกถึงจิมมี่ กรีฟส์ กองหน้าดาวยิงทีมชาติอังกฤษของสโมสรในยุคปี 1960-1970 ที่ปัจจุบันอายุ 78 ปีแต่เขายังเป็นดาวยิงสูงสุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรอยู่ในเวลานี้ ถึงแม้จะเล่นให้กับทีมเพียง 10 ปีเท่านั้น แต่เขากลับทำประตูได้ถึง 266 ประตู จากการลงสนาม 379 นัด โดยเป็นการทำประตูในลีกได้ถึง 220 ประตูเลยทีเดียว และสถิติยังคงยืนยงมาเกือบ 50 ปีแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ยังไม่มีทีท่าว่าใครจะมาทำลายสถิตินี้ลงได้ จนกระทั่งมาถึงในยุคของแฮร์รี่ เคน กองหน้ากัปตันทีมชาติอังกฤษ และของสโมสรในเวลานี้ ที่ตอนนี้ซัดไปแล้วรวม 140 ประตู ด้วยวัยเพียง 24 ปีเท่านั้น

ถึงแม้ว่าแฮร์รี่ เคน จะถูกดึงตัวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในยุคการคุมทีมของแฮร์รี่ เร็ดแน็ปป์ เมื่อปี 2010 ด้วยวัยเพียง 16 ปีเท่านั้น แต่หลังจากนั้นก็ถูกปล่อยให้กับบรรดาทีมต่างๆ ยืมตัวอยู่หลายฤดูกาลเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ทั้งเลย์ตัน ออเรี้ยนต์ มิลวอลล์ นอริช ซิตี้ และเลสเตอร์ ซิตี้ และถึงกลับมาอยู่กับสโมสรอีกครั้งในปี 2013 ในยุคการคุมทีมของทิม เชอร์วู๊ด แต่ผลงานก็ยังไม่เป็นชิ้นเป็นอัน จนกระทั่งสเปอร์แต่งตั้งเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่เข้ามาคุมทีมในปี 2014 หลังจากนั้นกองหน้าทีมชาติอังกฤษก็พัฒนาฝีเท้ากลายเป็นคนละคน เนื่องจากเขากลายเป็นดาวยิงแถวหน้าของลีกทันทีในยุคการคุมทีมของเทรนเนอร์ชาวอาร์เจนไตน์ ซึ่ง 4 ฤดูกาลที่ผ่านมา กองหน้าวัย 24 ปีซัดไปแล้วถึงา 135 ประตูเลยทีเดียวในทุกรายการ และกลายเป็นดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกมาแล้ว 2 สมัยในปี 2016 และ 2017 และถูกมองว่าเขามีโอกาสสูงที่จะทำลายสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีก ที่อลัน เชียร์เรอร์ อดีตกองหน้าของแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส และนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดทำไว้ที่ 260 ประตูได้ หากว่าเขายังคงค้าแข้งอยู่ในลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษต่อไปจนแขวนสตั๊ด และยังคงยิงประตูได้อย่างสม่ำเสมอเหมือน 4 ฤดูกาลที่ผ่านมา

แฮร์รี่ เคน ถือว่าเป็นนักเตะที่มีคุณสมบัติของนักเตะที่จะประสบความสำเร็จในการเป็นสุดยอดนักเตะเหมือนดั่งคริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือลิโอเนล เมสซี่ 2 ดาวเตะที่คว้ารางวัลบัลลง ดอร์ รวมกัน 10 สมัย ก็คือการที่เขารักษาสภาพร่างกายได้อย่างดี และไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อย ทำให้มีโอกาสลงสนามในการทำผลงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสถิติต่างๆ คงถูกเขาทำลายอย่างแน่นอน หากไม่มีอะไรผิดพลาดหรือมีอาการบาดเจ็บมารบกวนอย่างรุนแรง

รังเหย้าใหม่ “ไก่เดือยทอง”

     วิสัยทัศน์ของบอร์ดบริหารของสโมสรฟุตบอล ถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้ทีมฟุตบอลประสบความสำเร็จ อย่างเช่นยูเวนตุส หรือบาเยิร์น มิวนิค ที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจนทำให้สโมสรประสบความสำเร็จจนเป็นเต้ยของประเทศในด้านฟุตบอลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีม “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ กำลังจะเจริญรอยตามอยู่ จากการบริหารงานโดยดาเนี่ยล เลวี่ เศรษฐีหน้าเลือดที่เป็นประธานสโมสรของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์มาอย่างยาวนาน

รายได้ที่สำคัญๆ ของสโมสรที่เป็นกอบเป็นกำมีไม่กี่อย่าง คือรายได้จากสปอนเซอร์ รายได้จากการซื้อขายนักเตะ และรายได้จากค่าตัวเข้าชมการแข่งขันนัดเหย้าของสโมสร ซึ่งรายได้แต่ละสโมสรจะไม่เท่ากัน ซึ่งจะมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับความจุของสนามของตัวเองด้วย ซึ่งทางยูเวนตุส และบาเยิร์น มิวนิค ได้ทำให้เห็นมาแล้วในเรื่องนี้ เพราะทั้ง 2 สโมสรข้างต้นนี้ได้ทำการสร้างสนามใหม่ และมีรายได้เข้ามากขึ้น ทำให้ทีมมีความมั่นคงมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งสเปอร์ก็กำลังเจริญรอยตามในส่วนนี้ด้วย ซึ่งจากแต่ก่อนสเปอร์มีรังเหย้าคือไวท์ ฮาร์ท เลน ที่มีความจุแค่เพียง 36,000 คนโดยประมาณเท่านั้น ทำให้บอร์ดบริหารตัดสินใจทุบทิ้ง และริเร่มโครงการสร้างสนามใหม่เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว และเมื่อฤดูกาลที่แล้วทีมจึงต้องไปเช่าสนามเวมบลี่ย์จากสมาคมฟุตบอลอังกฤษเป็นรังเหย้าชั่วคราว และด้วยความไม่คุ้นชินของสนาม ทำให้ผลงานของทีมในนัดเหย้าไม่ค่อยดีนักด้วย เพราะหากวัดจากเกมเหย้าอย่างเดียว พวกเขาจะเป็นอันดับ 5 ของพรีเมียร์ลีก

รังเหย้าใหม่ของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ยังไม่ได้มีการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าอาจจะขายสิทธิ์ในชื่อสนามให้กับสปอนเซอร์ก็เป็นได้ เหมือนดั่งในสนามกีฬาต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะได้เงินก้อนโตเข้ามาสู่ทีมด้วย รวมถึงสิทธิ์ในการจัดการแข่งขันศึกอเมริกันฟุตบอล NFL ที่จะมาจัดการแข่งขันที่รังเหย้าใหม่ของทีม 2 นัดต่อฤดูกาล ซึ่งจะทำให้เงินเข้าสโมสรอีกปีละ 10 ล้านปอนด์เลยทีเดียว โดยสนามใหม่ของทีมจะมีความจุสูงถึง 62,000 คนเลยทีเดียว ซึ่งจะมากกว่าความจุเดิมของไวท์ ฮาร์ท เลน รังเหย้าเก่าของทีมเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว ทำให้รายได้ที่จะเข้าสู่คลับไก่นั้นมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน รวมถึงผลงานของทีมที่กำลังดีวันดีคืน ทำให้เงินรางวัลจากการแข่งขันต่างๆ รวมถึงการต่อรองค่าตอบแทนจากบรรดาสปอนเซอร์ที่จะเข้ามาเจรจากับสโมสรอีกด้วย เรียกได้ว่าเงินที่เสียจากการสร้างสนามใหม่ราว 850 ล้านปอนด์ อาจจะได้กลับมาภายในไม่กี่ปีด้วยซ้ำ